“ถูกหมดทุกนัด พระพุทธเจ้าข้า”..?!!! “ปืนกระบอกนี้วิเศษมาก บรรจุ ๑๘ นัด แต่ยิงได้ถึง ๒๐ นัด” พระอารมณ์ขัน “ในหลวงร.๙” ครั้งทรงพระแสงปืน ณ ค่ายนเรศวร…(รายละเอียด) - Jaasanook.info

Latest

“ถูกหมดทุกนัด พระพุทธเจ้าข้า”..?!!! “ปืนกระบอกนี้วิเศษมาก บรรจุ ๑๘ นัด แต่ยิงได้ถึง ๒๐ นัด” พระอารมณ์ขัน “ในหลวงร.๙” ครั้งทรงพระแสงปืน ณ ค่ายนเรศวร…(รายละเอียด)



พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดชฯ อีกด้านหนึ่งที่หลายคนอาจไม่เคยทราบก็คือ พระอัจฉริยภาพเรื่องอาวุธปืน โดยเฉพาะปืนเอ็ม 16 ที่ทรงศึกษาสมรรถนะของปืนจนมีความรู้อย่างละเอียดลึกซึ้ง การซ่อมปืนเอ็ม-๑๖ ที่ชำรุด เป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่งที่ทรงโปรด ซึ่งเมื่อทรงซ่อมจนใช้งานได้แล้ว ก็พระราชทานให้นายทหารราชองครักษ์และนายตำรวจประจำพระราชสำนัก นำไปแลกกับปืนที่ชำรุดตามหน่วยต่าง ๆ เพื่อเอามาถวายให้ทรงซ่อมต่อไปอีก





โดยสาเหตุนั้นมาจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดชฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จฯ เยี่ยมเยียนทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่มีการต่อสู้และได้รับความสูญเสียอยู่เสมอ ทรงห่วงใยในความปลอดภัย และทรงสนพระราชหฤทัยในเครื่องมือเครื่องใช้ อาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งพระองค์ทรงทราบเป็นอย่างดีว่าเครื่องมือเครื่องใช้ของทหารและตำรวจนั้นยังมีน้อย ไม่เพียงพอแก่ความจำเป็นและความต้องการ อีกทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ก็ยังล้าสมัย ตลอดจนมีใช้เป็นจำนวนจำกัด





เช่นจากส่วนหนึ่งในหนังสือ รอยพระยุคลบาท โดย พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร ที่ได้กล่าวถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดชฯ เกี่ยวกับที่ทรงสนพระราชหฤทัย และพระอัจฉริยภาพเรื่องอาวุธปืนไว้ว่า..





“จำไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่ทหารอเมริกันหน่วยใดหรือใครเป็นผู้นำอาวุธปืนชนิดนั้นไปทูลเกล้าฯ ถวาย แต่จำได้ว่าพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงสนพระราชหฤทัยในส่วนประกอบและการทำงานของปืน M16 ถึงกับได้ทรงผ่าปืนชนิดนั้นออกเพื่อทรงศึกษากลไกและส่วนประกอบของปืน ต่อมาในไม่ช้า ก็ทรงสามารถประกอบอาวุธปืนชนิดนั้นได้ด้วยพระองค์เอง เวลาเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมหน่วยทหารหน่วยตำรวจ และมีผู้ถวายรายงานว่าปืนชนิดนั้นชำรุดและไม่สามารถจะซ่อมแซมได้เพราะขาดเครื่องอะไหล่และขาดช่าง ก็ทรงพระกรุณารับปืนเหล่านั้นไป และทรงซ่อมด้วยพระหัตถ์ โดยทรงใช้ส่วนที่ยังใช้การได้ดีอยู่ของปืนกระบอกหนึ่งไปซ่อมส่วนที่ชำรุดเสียหายของปืนอีกกระบอกหนึ่ง ด้วยวิธีนี้ ปืนที่เสียหลายกระบอกจึงกลายเป็นปืนที่กลับดีขึ้นมาอีก





เกี่ยวกับอาวุธปืนนี้ ทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดชฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสนพระราชหฤทัย เสด็จเยี่ยมหน่วยทหารและตำรวจ (โดยเฉพาะศูนย์การทหารราบและค่ายนเรศวร) คราวใด คราวนั้นก็มักจะเสด็จฯ ทอดพระเนตรการฝึกซ้อมยิงปืน และบางครั้งก็ทรงยิงปืนในสนามยิงปืนด้วย ในโอกาสเดียวกันนั้นก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทูลกระหม่อมชายและทูลกระหม่อมหญิงฝึกซ้อมยิงปืนชนิดต่าง ๆ ด้วย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดชฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นั้นทรงปืนได้แม่นยำทั้งสองพระองค์”
จากหนังสือเล่มเดียวกัน พล.ต.อ. วสิษฐ ยังได้เล่าต่อถึงพระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดชฯ เกี่ยวกับการทรงพระแสงปืนไว้อีกด้วยว่า





“ค่ำวันหนึ่งเมื่อเสด็จฯ ไปถึงสนามยิงปืนของค่ายนเรศวร เจ้าหน้าที่เตรียมการถวายเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงปืน พระแสงปืนที่ทรงในวันนั้นเป็นปืนกลเล็กแบบ M16 พอทรงยิงไปได้ชุดหนึ่ง ผมซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ชี้เป้าถวายก็วิ่งออกไปดูเป้าที่เพิ่งจะทรงยิง และเห็นด้วยความไม่ประหลาดใจอะไร (เพราะรู้อยู่แล้วว่าทรงปืนแม่น)





ผมวิ่งกลับไปที่แนวยิง ถวายความเคารพ แล้วกราบบังคมทูลอย่างฉาดฉานว่า “ถูกหมดทุกนัด พระพุทธเจ้าข้า”

มีพระราชดำรัสถามว่า “ถูกกี่นัด?”





ผมไม่ได้นับจำนวนกระสุนที่ถูกเป้า แต่รู้ว่าแมกกาซีนหรือซองกระสุนที่ใช้บรรจุกระสุนปืนสำหรับปืน M16 รุ่นนั้นในสมัยนั้นบรรจุได้เต็มที่ 20 นัด จึงกราบบังคมทูลตอบอย่างฉับพลันว่า





“20 นัดพระพุทธเจ้าข้า”

พระเจ้าอยู่หัวทรงก้มพระพักตร์ลงทอดพระเนตรพระแสงปืนในพระหัตถ์ ทรงพลิกพระแสงปืนไปมา 2-3 ตลบ แล้วจึงเงยพระพักตร์ขึ้นแย้มพระสรวล ก่อนที่จะตรัสว่า

“ปืนกระบอกนี้วิเศษมาก บรรจุ 18 นัด แต่ยิงได้ถึง 20 นัด”

ตั้งแต่นั้นมาผมก็กลายเป็นคนที่ระมัดระวังถ้อยคำกับทุก ๆ คน ไม่รู้อะไร ก็บอกตรง ๆ ว่าไม่รู้ ไม่อาศัยแต่ปฏิภาณเพียงอย่างเดียวเหมือนแต่ก่อน”





คำบอกเล่าของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร จากบทความที่นำเสนอไปนั้น ทำให้รับรู้ได้ว่า พระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ นอกจากจะมีความห่วงใยในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจแล้ว พระองค์ยังเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระราชหฤทัยดี บ่อยครั้งที่เราได้รับรู้เรื่องราวว่า ผู้ติดตามพระองค์หรือข้าราชบริพารที่อยู่ใกล้ชิด ซึ่งได้กระทำการที่ผิดพลาดหรือบกพร่องไป พระองค์ท่านก็มิได้ทรงกริ้ว หรือตำหนิติเตียนแต่อย่างใด หากแต่ทรงใช้พระราชอารมณ์ขันแค่เพียงตักเตือนเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงพระเมตตาของพระองค์ท่าน ซึ่งมีให้กับพสกนิกรทุกคนทุกชนชั้นที่อยู่ภายใต้ร่มเงาพระบารมีของพระองค์

เรียบเรียงจากหนังสือ รอยพระยุคลบาท บันทึกความทรงจำของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร