#ลูกสาว ร้องลั่น..!!! "พ่อแม่" ดื่มน้ำคนละขัน หลังกินข้าวเย็นอิ่ม จู่ๆดิ้นปวดแสบ ปวดร้อน รีบหามส่งรพ. รู้สาเหตุ โร่แจ้งตร.ช่วยด่วน..!!! - Jaasanook.info

Latest

#ลูกสาว ร้องลั่น..!!! "พ่อแม่" ดื่มน้ำคนละขัน หลังกินข้าวเย็นอิ่ม จู่ๆดิ้นปวดแสบ ปวดร้อน รีบหามส่งรพ. รู้สาเหตุ โร่แจ้งตร.ช่วยด่วน..!!!



วันนี้ (11 ก.พ.) พ.ต.ท.อำพร รักผะกา รอง ผกก.สภ.สวี ร.ต.อ.รณชัย กาญจนภักดิ์ พนักงานสอบสวน ได้รับแจ้งเหตุวางยาพิษในแท้งค์น้ำดื่ม จากนางสวรรค์ยา บริคช อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 87/3 หมู่ที่ 9 ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร อาชีพทำสวนเกษตรพร้อมด้วยกำลังตำรวจสายสืบ รุดที่บ้านที่เกิดเหตุอยู่บนภูเขาสูง ห่างจาก ถนนเอเซีย41 ร่วม 30 กม. เส้นทางคดเคี้ยวตามไหล่เขาที่บ้านแพรกแห้ง หมู่ที่ 9 ต.วิสัยใต้ อ.สวี



ที่บ้านดังกล่าวเป็นบ้านชั้นเดียวภายในสวนยางพารา นางสวรรค์ยานำทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ที่แท้งค์น้ำหลังบ้าน ที่มีอยู่3 แท้งค์ พบว่า ที่แท้งค์กลาง ซึ่ง ได้ต่อท่อประปาตรงเข้าไปยังภายในบ้าน เพื่อใช้เป็นน้ำดื่ม เมื่อปีนขึ้นไปดู ก็ ต้องตกตะลึง เมื่อพบว่า น้ำในแท้งค์ที่รองรับจากน้ำฝน ปกติจะเป็นน้ำใส กลายเป็นสีขุ่น และมีกลิ่นเหม็นคล้ายกับมีส่วนผสมของสารเคมีชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้ฆ่าแมลงในสวนยางพารา ยี่ห้อ โพลีดอน จึงตักน้ำใส่ขวดเพื่อนำส่งหน่วยพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจชุมพรได้นำน้ำมาดมกลิ่น เมื่อยกดมได้สักพักหนึ่งก็จะรู้สึกแสบจมูกทันที นางสวรรค์ยา ลูกสาวของ นายสุวรรณอายุ 76 ปี และ นางธิดา บริคช อายุ 63 ปี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ในช่วงเย็นหลังจากพ่อแม่กินข้าวเย็นแล้วดื่มน้ำด้วยขันน้ำขนาดกลาง คนละ1 ขัน จากน้ำในโอ่งที่ต่อท่อประปาจากแท้งค์น้ำที่เก็บน้ำฝนหลังบ้าน หลังจากนั้นไม่ถึง 5นาที มีอาการปวดแสบปวดร้อน ตั้งแต่ปาก ลำคอ ลำไส้ เริ่มมีอาการหายใจติดขัด นางสวรรค์ยาจึงรีบนำตัวพ่อแม่ที่มีอายุมาก ขึ้นรถกะบะบึ่งไปส่ง รพ.ชุมพร แพทย์ทำการล้างท้องช่วยชีวิต และ รอดูอาการ แพทย์บอกว่าคนทั้งคู่ได้รับสารพิษ ประเภทยาฆ่าแมลง จำนวนมาก

นางสวรรค์ยาจึงกลับไปตรวจสอบในแท้งคน้ำหลังบ้าน พบว่ามีสีขาวขุ่น กลิ่นเหม็นคล้ายมียาฆ่าแมลงผสมอยู่ ในช่วงเช้าวันนี้หลังจากพ่อแม่เริ่มมีอาการดีขึ้นเล็กน้อยได้เล่าว่าในช่วงเย็นวันที่ 7 ก.พ.ได้ดุด่า เพื่อนบ้านที่เป็นสามีภรรยาซึ่งมานั่งดื่มและเมาสุราหน้าบ้านว่าให้ไปดื่มและเมาสุราที่อื่น คนทั้งคู่ดังกล่าวแสดงอาการไม่พอใจ มองพ่อและแม่อย่างเครียดแค้น จนกระทั่งผ่านไปเพียง1 วัน เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว คาดว่าคนทั้งคู่น่าจะเป็นผู้นำยาฆ่าแมลงมาใส่ในแท้งค์น้ำ เนื่องจาก ในย่านดังกล่าวไม่เคยมีข้อขัดแย้งกับใคร





ตำรวจจะได้รวบรวม สิ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นวัตถุพยานทั้งหมด รวมถึงน้ำจากในแท้งค์น้ำดื่มเพื่อไปตรวจสอบอย่างละเอียด และ จะได้สอบปากคำ นางสวรรค์ยาและ สามีอย่างละเอียดอีกครั้ง หลังจากนั้นจะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอหมายค้นจากศาลเข้าไปค้นบ้านผู้ต้องสงสัย ซึ่งห่างจากบ้านของผู้เสียหายไม่ไกลส่วน ตายายทั้งคู่ยังคงรักษาตัวใน รพ.ชุมพร ถึงแม้จะรอดจากพิษของสารพิษ แต่ จะต้องรอดูอาการว่าสารพิษส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆภายในร่างกายของคนทั้งสองอาทิ ลำใส้ กระเพาะอาหารจะยังสามารถย่อยอาหารได้ตามปกติหรือไม่ เนื่องจากสารพิษดังกล่าวอยู่ในประเภททำลายเซลล์ต่างๆ ที่เป็นอันตรายอย่างรุนแรง ต่อเนื้อ เยื่อของมนุษย์ด้วย